หนุ่มถูกตำรวจไถเงิน 1 หมื่นบาท อ้างเป็นค่ากาแฟ

ตำรวจไถเงิน

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2563 ข่าวช่อง 3 รายงานว่า ร.ต.ต. สาธิต ชำนาญ รอง สว.สืบสวน สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและบันทึกแจ้งความดำเนินคดีตำรวจทางหลวง 4 นายสังกัดสถานีตำรวจทางหลวงจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม นครศรีธรรมราช

ตำรวจไถเงิน

ในคดีที่ นางวรรณ์เพ็ญ ทองเพิ่ม อดีตภรรยา ขับรถยนต์ที่ไม่มีป้ายทะเบียนด้านหลัง ก่อนจะเจอตำรวจทั้ง 4 นาย ได้แก่ ด.ต. ภูดิศ พลเกษตร, ด.ต. นิยม บุญรอด, ด.ต. สุทธิพงศ์ เมืองราม และ ส.ต.อ. สมชาย แก้วเรืองฤทธิ์ เข้ามาแจ้งความเอาผิดว่ารถไม่ติดป้ายทะเบียนด้านหลังและขาดการต่อทะเบียน ป้ายทะเบียนด้านหน้าก็เป็นป้ายทะเบียนที่ ลั ก มา จึงถือว่าเป็นรถ เ ถื่ อ น และเรียกขอเงิน 1 หมื่นบาท แลกกับการไม่ต้องดำเนินคดี

ต่อมา ตนเข้ามาเจรจากับตำรวจทั้ง 4 นาย ระบุว่า รถคันนี้เป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่ตนนำทะเบียนรถคันอื่นมาสวมใส่ด้านหน้า เพราะต้องการใช้รถคันนี้ในการทำงานราชการ ปฏิบัติการสืบสวนตามจับคนร้าย และความปลอดภัยของตนในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ด.ต. ภูดิศ กล่าวว่า นายหัวผมคุยกับคุณนายแล้วว่า ผมขอเงินกินกาแฟ 1 หมื่นบาท ตนก็สวนไปว่า ไม่ได้นำเงินมาด้วย สุดท้าย ด.ต. ภูดิศ จึงนั่งรถไปกับตนที่บ้านอดีตภรรยา โดยมีตำรวจอีก 3 นายขับรถตามหลัง

เมื่อถึงบ้าน อดีตภรรยาก็นำเงิน 1 หมื่นบาทมาให้ ยื่นต่อ ด.ต. ภูดิศ อย่างไรก็ตาม ก็มีคนท้วงว่า จะรับเงินได้ยังไง บ้านตนติดกล้อง ขอไปรับเงินนอกบ้าน ตนกับอดีตภรรยา และผู้เกี่ยวข้องจึงไปที่นอกบ้าน ทางนั้นก็บอกว่า ให้อดีตภรรยานำเงินไปวางในรถทางหลวงหมายเลข 7403 แล้วก็แยกย้าย

ตำรวจไถเงิน



หลังจากนั้น วันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนและอดีตภรรยาจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.จุฬาภรณ์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับตำรวจ 4 นาย จนวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็ได้เงินคืน มีคลิปหลักฐานการเจรจาคืนเงินพร้อม เมื่อได้เงิน 1 หมื่นบาทคืนแล้ว ก็นำไปลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.จุฬาภรณ์ ต่อไป และจำเอาผิดอีกฝ่ายให้ถึงที่สุด

ตนมองว่าเรื่องนี้ หมดเวลาที่จะต่อรองแล้ว เพราะตอนแรกตนก็บอกไปว่าเป็นตำรวจ แต่ไม่ได้บอกยศ และตำรวจด้วยกันก็ไม่ควรจะทำกันอย่างนี้ ไม่ว่าใครจะมาเจรจายังไงก็ไม่ล้มคดีแน่นอน และอยากให้สื่อมวลชนช่วยตีข่าวเผยแพร่พฤติกรรมของตำรวจแบบนี้อีกด้วย หากประชาชนทั่วไปเจอแบบนี้จะทำยังไง

ด้าน พ.ต.ต. ศุภกร ตังคะประเสริฐ สว.ส.ทล.4 กก.7 บก.ทล. กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้รับรายงานแล้ว แต่ผู้ใต้บังคับบัญชายังไม่ได้รายงานในรายละเอียด แต่ตนจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ผิดถูกว่าไปตามหลักฐานแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก: ข่าวช่อง 3