สรุป จ่ายเงินกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 7 เดือน ใครมีสิทธิ์ได้บ้าง เงินเข้าเมื่อไร

 

 

จากกรณี ครม. มีมติเห็นชอบจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ สำหรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของโรค โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา เป็นระยะเวลา 7 เดือนนั้น

สรุป จ่ายเงินกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 7 เดือน ใครมีสิทธิ์ได้บ้าง เงินเข้าเมื่อไร

ล่าสุด วันที่ 24 มิถุนายน 2563 มีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษดังกล่าว ใครมีสิทธิ์ได้รับเงินบ้าง และจะได้รับเงินเมื่อไร ดังนี้…

วัตถุประสงค์การจ่ายเงิน

สืบเนื่องจาก กระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งให้ตำแหน่งดังกล่าว เป็นเจ้าพนักงานโรคติดต่อในช่วงของโควิด-19 พร้อมมอบหมายหน้าที่ให้ลงพื้นที่ดำเนินการค้นหาเชิงรุก และเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลสถานการณ์ในช่วงเคอร์ฟิว ทำให้กระทบต่อรายได้ เสียสละเวลาประกอบอาชีพส่วนตัว รวมถึงยังได้ค่าตอบแทนไม่เหมาะสมกับงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงโควิด-19

สรุป จ่ายเงินกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 7 เดือน ใครมีสิทธิ์ได้บ้าง เงินเข้าเมื่อไร

ใครมีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ

– กำนัน 7,036 คน
– ผู้ใหญ่บ้าน 67,673 คน
– แพทย์ประจำตำบล 7,036 คน
– สารวัตรกำนัน 14,072 คน
– ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง 149,418 คน
– ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ 46,181 คน

รวมจำนวนทั้งสิ้น 291,416 คน





สรุป จ่ายเงินกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 7 เดือน ใครมีสิทธิ์ได้บ้าง เงินเข้าเมื่อไร

ได้ค่าตอบแทนเท่าไร

ค่าตอบแทนพิเศษแบบเป็นรายเดือน รวมระยะเวลา 7 เดือน ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของแต่ละตำแหน่ง

กรอบงบประมาณ

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการจ่ายค่าตอบแทนครั้งนี้ เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ในแผนบุคลากรของรัฐ จำนวน 699 ล้านบาท

เงินค่าตอบแทนจะเข้าเมื่อไร

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ตามปฏิทินงบประมาณจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 นั่นหมายความว่า จะได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนอย่างเร็วที่สุดในเดือนตุลาคม 2563 หรือในอีก 4 เดือนข้างหน้านี้

สรุป จ่ายเงินกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 7 เดือน ใครมีสิทธิ์ได้บ้าง เงินเข้าเมื่อไร

การจ่ายเงินพิเศษครั้งนี้ ครม. ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลางไปจัดทำระเบียบ วิธีการ หลักเกณฑ์การจัดสรรเงินค่าตอบแทนพิเศษดังกล่าว ให้สอดคล้องกับกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินอื่นที่กำหนดให้จ่ายเป็นรายเดือนอย่างเคร่งครัด โดยให้พิจารณาอัตราเงินเพิ่มพิเศษเท่าที่จำเป็น และเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่แต่ละตำแหน่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก: ฐานเศรษฐกิจ