“ชมพู่น้ำดอกไม้” ผลไม้โบราณ มากด้วยคุณค่า เป็นยาชูกำลัง ช่วยบำรุงหัวใจ

 

 

ถ้าเอ่ยถึง “ชมพู่น้ำดอกไม้” หลายๆ คนอาจจะงงว่ามันคืออะไร เพราะด้วยชื่อก็อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่ แต่ชมพู่น้ำดอกไม้เป็นผลไม้โบราณ ที่มีมาช้านานตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย มีความหวานกว่าชมพู่พันธ์อื่นๆ

อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะมีกลิ่นหอมคล้ายดอกนมแมว ปัจจุบันนี้หายากเพราะไม่ค่อยมีคนปลูกมากนัก คนรุ่นหลังๆ จึงมีน้อยคนนักที่จะรู้จัก แต่สรรพคุณของชมพู่น้ำดอกไม้นั้นมากมาย วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับชมพู่น้ำดอกไม้และสรรพคุณกันค่ะ ประโยชน์ของชมพู่น้ำดอกไม้ ใช้ผลปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้เปลือก ต้น และเมล็ด แก้เบาหวาน และแก้ท้องเสีย คุณค่าทางโภชนาการของชมพู่น้ำดอกไม้ ต่อ 100 กรัม





พลังงาน 25 กิโลแคลอรี่น้ำ 93 กรัมคาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัมไขมัน 0.3 กรัม โปรตีน 0.3 กรัมวิตามินเอ 17 ไมโครกรัม (2%)วิตามินบี1 0.02 มิลลิกรัม (2%)วิตามินบี2 0.03 มิลลิกรัม (2%)วิตามินบี3 0.8 มิลลิกรัม (5%)วิตามินซี 22.3 มิลลิกรัม (27%)แคลเซียม 29 มิลลิกรัม (3%)

ธๅตุเหล็ก 0.07 มิลลิกรัม (1%)แมกนีเซียม 5 มิลลิกรัม (1%)แมงกานีส 0.029 มิลลิกรัม (1%)ฟอสฟอรัส 8 มิลลิกรัม (1%)โพแทสเซียม 123 มิลลิกรัม (3%)สังกะสี 0.06 มิลลิกรัม (1%) % ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผล, ใบ, เปลือกต้น, ต้น, เมล็ด

สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา ผล: ใช้ปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้ ใบสด: ต้มน้ำล้างแผลสด ตำรักษๅโรคผิวหนัง ลดไข้ เปลือก+ต้น: แก้เบาหวานและแก้ท้อง เ สี ย เมล็ด: แก้โรคบิด สำหรับคนที่รักสุขภาพและกำลังมองผลไม้อร่อยๆ มาปลูกไว้ที่บ้านเพื่อรับประทานหรือประดับตกแต่งบ้าน ก็ลองนำ ชมพู่น้ำดอกไม้มาปลูกดูนะคะ นอกจากจะอร่อยและมีประโยชน์แล้ว ยังปลูกง่าย โตเร็วอีกด้วย