5 บริษัทขนส่ง แต่ละเจ้ามี ข้อดี-ข้อเสีย ต่างกันยังไง?

 

 

ปัจจุบันการค้าขายผ่านระบบออนไลน์กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถขายสินค้าผ่านสื่อโชเชียลได้ โดยไม่ต้องเปิดหน้าร้านให้เสียค่าเช่า เรียกได้ว่าเป็นยุคออนไลน์จริงๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีบริษัทขนส่งเอกชนที่เกิดขึ้นมาใหม่หลายบริษัท สามารถเลือกใช้บริการได้หลากหลาย ไม่เว้นแม้แต่ 7-11 ที่มีบริการส่งของได้ 24 ชม. แต่ปัญหากับไปตกอยู่ตรงที่ค่าจัดส่งแต่ละเจ้าจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน วันนี้เราจึงได้นำ 5 แบรนด์ขนส่ง จากความเห็นของผู้ใช้บริการ มีข้อดี-ข้อเสียมาเทียบ ให้ได้ดูกันชัดๆ ไปดูกันเลยค่ะ

1. NiM Express

เลือกส่งของที่เหมาะสมกับการบริการแต่ละที่จะได้ไม่ผิดหวัง

2. SCG Express

จุดรับส่งของมีเยอะ ราคาตามขนาดกล่อง ไม่ตามน้ำหนัก ถือว่าถูกมากส่งวันเดียวถึง ถ้าส่งก่อนบ่าย 3 จุดที่ส่ง อาจจะเสียเวลาเขียนไปนำส่ง ไม่ออนไลน์เหมือนพวก kerry แต่ก็ได้เปรียยบเรื่องจุดรับส่งเยอะกว่า ไม่ต้องไปเสียเวลารอเวลาเจอพวกขายของออนไลน์ ค่าประกันของเสียหายไม่เกิน 3000

3. J&T Express

JT Express บริการจัดส่งพัสดุด่วน พร้อมเปิดให้บริการ 365 วัน แบบไม่มีวันหยุด ครั้งแรกในไทย มั่นใจระบบ ส่งรวดเร็ว ปลอดภัย ตรงเวลา

4. KERRY Express

เป็นแบรนด์ที่คนนิยมใช้บริการที่สุด

ข้อดี

-ราคาค่าขนส่งไม่แพง และรวดเร็ว เพียง 1-3 วันทำการ ก็ได้รับสินค้าแล้ว ส่งถึงบ้าน

-มีรับประกันสินค้าเสียหาย

ข้อเสีย

-ไม่สารถเช็คสถานะสินค้าทางอินเตอร์เน็ตได้ ต้องโทรไปที่ศูนย์บริการ

หมายเหตุ ก่อนส่งของทุกครั้งขนส่งจะโทรถามทาง





ชอบบริการแบบไหนก็ลองเลือกใช้บริการกันดู สินค้าเหมาะกับบริการของเราก็เลือกใช้กันเลย เป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการอย่างเราๆสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความพึงพอใจ

5. ไปรษณีย์ไทย

ข้อดี

-สำหรับการส่งพัสดุไปรษณีย์EMS ระยะเวลา 1-3 วันทำการ (ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งทางอินเตอร์เน็ตได้)

ข้อเสีย

-สินค้ามีน้ำหนักมากค่าส่งแพง

-อาจมีการหล่นทำให้ของชำรุดเสียหายได้

-ของกล่องใหญ่ไปรษณีย์ไม่ส่งถึงบ้าน ต้องมารับที่ไปรษณีย์

ส่งธรรมดา ทางไปรษณีย์

ข้อดี

-ค่าส่งถูก

ข้อเสีย

-ระยะเวลาการส่งประมาณ 3-7วัน

-ไม่สามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งทางอินเตอร์เน็ตได้

-อาจมีการหล่นทำให้ของชำรุดเสียหายได้