ทนายประมาณ โพสต์ภาพหลักฐาน

 

 

หลังจากที่ ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ได้ออกมายื่นคำร้องขออำนาจปกครองบุตร น้องแม็กซ์เวลล์ ร่วมกับ ซาร่า คาซิงกินี อดีตแฟนสาว เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา จนเกิดดราม่าระหว่าง ไมค์ พิรัชต์ กับสาว ซาร่า คาซิงกินี ผู้เป็นแม่ของน้องแม็กซ์เวลล์ มาโดยตลอด

โดยมีข่าวซุบซิบทำนองว่าสาเหตุที่ ไมค์ ฟ้องศาลครั้งนี้ ก็เนื่องจากมีข่าวว่าสาว ซาร่า ท้องลูกคนใหม่ ไมค์จึงอยากได้น้องแม็กซ์เวลล์มาเลี้ยงเอง ซึ่งเท็จจริงประการใด ยังไม่ชัดเจน

ซาร่า คาซิงกินี กับ น้องแม็กซ์เวลล์
ซาร่า คาซิงกินี กับ น้องแม็กซ์เวลล์
ซาร่า คาซิงกินี
ภาพที่ดูเหมือนว่าสาวซาร่าท้อง

ก่อนที่ต่อมา ซาร่า คาซิงกินี ได้ออกมายอมรับว่าท้องลูกคนที่ 2 จริง ซึ่งเป็นลูกสาว ชื่อ “น้องเอมิลี่” ตอนนี้อายุ 2 เดือน ใจจริงไม่อยากปกปิดแต่พอดีเป็นช่วงมีปัญหากับไมค์เลยกลัวจะมีผลกระทบ พร้อมทั้งพูดในทุกเรื่องเท่าที่อยากพูด และขอโทษคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวทุกคนที่ทำให้คำนิยามคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกระทบหลายๆท่าน และต่อจากนี้ขอโอกาสให้ทำหน้าที่คุณแม่อย่างเต็มที่

ทนายประมาณ โพสต์ภาพหลักฐาน

หลังจากนั้นไม่นาน ไมค์ พิรัชต์ ได้โพสต์ภาพคู่ลูกชายผ่านอินสตราแกรม พร้อมทั้งระบุว่า ตัดสินใจถอนคำร้องสิทธิ์ในการปกครองบุตรร่วม และขอให้เรื่องจบ โดยจะอเก็บเงินเข้าบัญชีของน้องแม็กซ์เวลล์และจะมอบให้ลูกในวันที่ลูกบรรลุนิติภาวะ เพราะอยากให้ทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ให้ลูกชายเพียงคนเดียว โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยเผยว่าที่ผ่านมาจ่ายให้กับซาร่าไปเกือบ 10 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเล็กน้อยอะไรก็จ่ายหมด

ไมค์ พิรัชต์ กับ น้องแม็กซ์เวลล์

ไมค์ พิรัชต์ กับ น้องแม็กซ์เวลล์

แต่ล่าสุด ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความของ ซาร่า คาซิงกินี ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวพร้อมกับสาวซาร่า ก่อนจะโพสต์ภาพตาราง “สรุปค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกที่โอนเข้าบัญชี นางสาวซาร่า คาซิงกินี”

คุยแซ่บShow

ซึ่งเผยให้เห็นจำนวนเงินที่ไมค์โอนให้ ตั้งแต่คลอดลูกในเดือนตุลาคม 2014 กระทั่งถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ 6 ปี มีค่าอุปการะ เดือนละ 30,000-50,000 บาท ค่าแม่บ้าน เดือนละ 12,000 บาท ตั้งแต่ปี 2018 และค่าคนรถ เดือนละ 15,000 บาท ตั้งแต่ปี 2019 รวมเป็นเงิน 2,960,000 บาท ไม่ใช่ 10 ล้านบาท นับจากเดือนต.ค. 2014 หลังจากคลอดน้องแม็กซ์เวลล์ 3 เดือน จนถึงเดือนส.ค. 2020

ไมค์ พิรัชต์ กับ น้องแม็กซ์เวลล์

โดยช่วงปี 2014-2017 ให้เฉพาะเงินค่าอุปการะ ช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. ให้เดือนละ 3 หมื่นบาท ต่อมาเดือนธ.ค.ให้เดือนละ 5 หมื่นบาทยาวต่อเนื่องถึงเดือนเม.ย.2015 จากนั้นจ่ายอีกเดือนละ 3 หมื่นบาทจนถึงเดือนธ.ค.2017 เว้นเดือนก.พ.2016 เพียงเดือนเดียวที่จ่ายให้ 5 หมื่นบาท

ไมค์ พิรัชต์ กับ น้องแม็กซ์เวลล์

ต่อมาในปี 2018 ปรับเพิ่มค่าอุปการะเป็นเดือนละ 4 หมื่นบาท พร้อมจ่ายค่าแม่บ้านเดือนละ 1.2 หมื่นบาท ตั้งแต่เดือนก.พ.2018 จากนั้นปี 2019 จ่ายเพิ่มในส่วนของคนรถด้วย ส่วนค่าเลี้ยงดูช่วงเดือนม.ค.-ส.ค. จ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละ 4 หมื่นบาท หลังจากนั้นตั้งแต่เดือนก.ย.-ธ.ค. จ่ายที่เดือนละ 3 หมื่นบาท ส่วนเงินเดือนแม่บ้านและคนขับรถจ่ายเดือนละ 1.2 หมื่น และ 1.5 หมื่นต่อเนื่อง

ไมค์ พิรัชต์





ต่อมาปี 2020 จ่ายค่าอุปการะเดือนละ 3 หมื่นบาท ตั้งแต่เดือนม.ค.-ส.ค. หลังจากนั้นหยุดจ่าย ส่วนเงินเดือนแม่บ้านและคนขับรถนั้น จ่ายแค่ 2 เดือนคือม.ค.-ก.พ. เดือนละ 1.2 หมื่น และ 1.5 หมื่นตามลำดับ

สรุปค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกที่โอนเข้าบัญชี นางสาวซาร่า คาซิงกินี

อย่างไรก็ตาม ได้มีหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ถามถึงใบเสร็จ และมองว่าทางฝั่งไมค์เองก็มีหลักฐานเช่นกัน อีกทั้งจำนวนเงินในตารางดังกล่าว ยังไม่รวมถึงค่าเทอมที่จ่ายให้กับทางโรงเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ปรากฏในข่าวด้วย อาทิ ค่าจัดงานวันเกิด ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ

ทนายประมาณ โพสต์ภาพหลักฐาน

ต่อมาในวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ทนายประมาณ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ ประมาณ ว่า..” หลังจากที่ ไมค์ พิรัชต์ ขอถอนคำร้องขอปกครองบุตรด้วย โดยมีข้อความดังนี้

ทนายประมาณ กับ ซาร่า คาซิงกินี

“วันนี้ผมขอเก็บเงินเข้าบัญชีของลูกผมเองนะครับ และจะมอบให้ลูกในวันที่ลูกบรรลุนิติภาวะ”

ฟังแล้วดูดีครับ แต่มีใครคิดบ้างหรือไม่ วันหนึ่งน้องโตขึ้นมา อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว น้องมาเห็นเหตุการณ์นี้ น้องจะคิดอย่างไร

พ่อ …. มาร้องขอเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายและขอใช้อำนาจปกครองบุตรร่วม จนทำให้เกิดประเด็นต่างๆมากมายในสังคม

แม่ …. คัดค้านพร้อมข้อเรียกร้องให้ลูก 6 ข้อ ต่อมาแจ้งยินดีให้รับรองบุตรเป็นบิดา แต่ขออำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว ด้วยเหตุผลที่ว่าแม่อยู่กับลูกมาตลอด 6 ปี รู้จักลูกเป็นอย่างดี และพ่อไม่ค่อยมีเวลา

>>> ต่อมา พ่อ ถอนคำร้องไม่รับรองบุตรและปกครองร่วม

เมื่อลูกอายุครบ 20 ปี ลูกจะคิดหรือไม่ครับ ว่าที่ผ่านมา 14 ปี ทำไมพ่อไม่เลี้ยงดูอุปการะผมในวันที่ผมต้องได้รับการศึกษา ทำไมถึงนำเงินมาให้ผมในวันที่ผมอายุ 20 ปี โตพอที่จะทำมาหากินเองได้แล้ว

นี่พ่อไม่ให้การศึกษาผม เพียงเพราะพ่อโกรธแม่ที่มีน้องอีกคนที่ผมรักยิ่งหรือป่าว… ที่พ่อถอนคำร้องไม่รับผมเป็นบุตรนี่พ่อทำเพื่อผมจริงๆ หรือเพื่อเอาชนะแม่กันแน่

ฝากไว้ให้คิดนะครับ อย่าเพิ่งเอามันส์เข้าว่า สมน้ำหน้าฝ่ายหญิง ขอให้เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวสมใจ เพราะเรื่องนี้กระทบกับเด็กน้อยโดยตรง อย่าเอาความสะใจของเราไปทำร้ายเด็กเลยครับ อยากให้มองข้ามความโกรธและคิดเพื่อประโยชน์ของเด็กจริงๆ

ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช

ที่มา: ประมาณ ว่า..”