รำลึก 50 ปี “มิตร ชัยบัญชา” เลขเด็ดโผล่จะๆ

 

 

วันนี้ในอดีต 8 ต.ค. 2513 วงการบันเทิงไทยได้สูญเสีย “มิตร ชัยบัญชา” พระเอกชื่อดังในยุคนั้น ด้วยอุบัติเหตุพลัดตกจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะถ่ายทำฉากสุดท้ายในภาพยนตร์เรื่อง “อินทรีทอง” ที่ หาดดงตาล อ่าวพัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี ด้วยอายุเพียง 36 ปี

มิตร ชัยบัญชา

วันนี้ 8 ต.ค. 2563 ที่พิพิธภัณฑ์บัญชา อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอเมืองพิษณุโลก นายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์บัญชา พร้อมกลุ่มชมรมคนรักมิตร ชัยบัญชา และนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล 4 วัดธรรมจักร ได้ร่วมทำพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของมิตร ชัยบัญชา พระเอกตลอดกาล ในโอกาสครบรอบ 50 ปี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2513 จากอุบัติเหตุตกจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอินทรีย์ทอง

ภาพสุดท้ายของ มิตร ชัยบัญชา

เป็นประจำของทุกปีเมื่อถึงวันครบรอบจากไปของพระเอก มิตร ชัยบัญชา ที่พิพิธภัณฑ์บัญชาแห่งนี้ก็จะทำกิจกรรม โดยในปีนี้ได้มีพิธีเซ่นไหว้ ด้วยอาหารหวานคาว หน้ารูปเหมือนของมิตร ชัยบัญชา พร้อมกับมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การนำภาพเก่า โปสเตอร์หนังเก่า นำเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ในภาพยนตร์ที่มิตร ชัยบัญชาแสดง ซึ่งมีการสะสมไว้ นำมาจัดแสดงให้คนที่สนใจได้ชม

ครบรอบ 50 ปี การจากไปของ มิตร ชัยบัญชา

พร้อมกันนี้ทาง นายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์บัญชา ได้นำเหรียญที่ระลึก รุ่น ฮ. ตก หลายแบบมาให้ชม ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างหายาก ทำให้เก็บรักษาไว้อย่างดี เพราะมีมูลค่าทางจิตใจ จึงไม่ขาย

นายบัญชา วาจาสุวรรณ

นายบัญชา วาจาสุวรรณ

นอกจากนี้ สำหรับคอเสี่ยงโชค หลังจากบวงสรวงดวงวิญญาณ ธูปที่เซ็นไว้ปรากฏเลข 475 ให้เห็น

50 ปี มิตร ชัยบัญชา

พิพิธภัณฑ์บัญชา

พิพิธภัณฑ์บัญชา

พิพิธภัณฑ์บัญชา





สำหรับ มิตร ชัยบัญชา เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2477 ชื่อจริง พันจ่าอากาศโท พิเชษฐ์ พุ่มเหม เกิดที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี บิดาเป็นตำรวจชั้นประทวน มารดาเป็นแม่บ้าน ทั้งคู่แยกทางกันตั้งแต่บุตรชายยังเด็กๆ

ตอนเล็กๆ จึงมีชื่อว่า “บุญทิ้ง” พออายุได้ 1 ขวบ แม่ก็ไปเป็นแม่ค้าขายของที่กรุงเทพฯ โดยฝาก มิตร ชัยบัญชา ไว้กับปู่และย่า

มิตร ชัยบัญชา

ก่อนที่ต่อมา มิตร ชัยบัญชา จะได้ไปบวชเณร ที่ วัดท่ากระเทียม ได้คอยติดสอยห้อยตามหลวงพ่อ และอาศัยข้าวก้นบาตร เมื่อเรียนชั้นมัธยมก็ได้ทำงานรับจ้างหลากหลาย และหัดชกมวยจนเป็น “นักชกเหรียญทองรุ่นไลท์เวท” ในที่สุดก็สอบเข้า “โรงเรียนจ่าอากาศ” ที่จังหวัดนครราชสีมา สำเร็จการศึกษาในปี 2497

มิตร ชัยบัญชา

ต่อมา รุ่นพี่ซึ่งเห็นหน่วยก้านของ “มิตร” ได้แนะนำให้รู้จักกับผู้กำกับภาพยนตร์จนได้เล่นหนังเรื่องแรก “ชาติเสือ” พร้อมกับได้ชื่อใหม่ว่า “มิตร ชัยบัญชา” ก่อนจะเริ่มมีชื่อเสียงในปี 2502 จากบท “โรม ฤทธิไกร” หรือ “อินทรีแดง” ในภาพยนตร์เรื่อง “จ้าวนักเลง” ในปี 2504 ได้เล่นหนังคู่กับ “เพชรา เชาวราษฎร์” เรื่อง “บันทึกรักพิมพ์ฉวี”

มิตร-เพชรา

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งคู่ก็ได้เล่นหนังในบทพระเอก-นางเอก คู่กันมาอีกกว่า 100 เรื่อง จนแฟนภาพยนตร์เรียกว่า “มิตร-เพชรา” เนื่องจากการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “ครุฑดำ” ที่ “มิตร” ถูกกล่าวหาว่านำสัญลักษณ์ตราครุฑมาใช้อย่างไม่เหมาะสม ทำให้ “มิตร” ลาออกจากราชการในปี 2506 จากนั้นก็แสดงหนังออกมาอีกจำนวนมาก จนสามารถทำเงินเข้าบัญชีสัปดาห์ละนับแสนบาท

มิตร ชัยบัญชา กับ เพชรา เชาวราษฎร์

ในปี 2511 ขณะที่กำลังมีชื่อเสียงดังเป็นพลุแตก “มิตร ชัยบัญชา” ก็ได้ลงเล่นการเมือง โดยลงสมัครรับเลือกตั้ง “สมาชิกสภาเทศบาล” แต่ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง ปีต่อมาก็ทดลองสมัครรับเลือกตั้งเป็น “สมาชิกเขตพระนคร” แต่ก็ไม่ได้รับเลือกอีก ทำให้เขาต้องสูญเสียเงินทองไปในการหาเสียงไปไม่น้อย จนเงินในบัญชีร่อยหรอ ต้องจำนองบ้าน มรสุมชีวิตครั้งนี้ทำให้ “มิตร ชัยบัญชา” ต้องหลบความผิดหวังเข้าไปพักในป่า ก่อนจะออกมารับคิวแสดงภาพยนตร์

อินทรีแดง มิตร ชัยบัญชา

“มิตร ชัยบัญชา” กลับมามีชื่อเสียงฟีเวอร์อีกครั้ง จนกระทั่งขณะถ่ายทำหนังเรื่อง “อินทรีทอง” เขาก็ประสบอุบัติเหตุตกจากการโหนเฮลิคอปเตอร์ ที่หาดดงตาล พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2513 และเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 36 ปี

ตลอดชีวิต “มิตร ชัยบัญชา” แสดงหนังทั้งหมด 266 เรื่อง แต่เขาไม่เคยได้รับรางวัลตุ๊กตาทองแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนใหญ่เป็นหนังขนาด 16 มม. มีขนาด 35 มม. เสียงในฟิล์มเพียง 16 เรื่อง แสดงคู่กับนางเอกมากกว่า 29 คน โดยแสดงคู่กับ “เพชรา เชาวราษฎร์” มากที่สุดถึง 172 เรื่อง

ที่มา: Sanook