ส่องมูลค่าที่ดิน “อ.พิบูลย์” ประธานเครือสารสาสน์

 

 

สืบเนื่องจากกรณี ครูจุ๋ม ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ทำร้ายเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 จนเป็นข่าวดัง ต่อมายังพบหลักฐานจากภาพวงจรปิดเพิ่มเติมว่า ยังมีครูอีกหลายรายในห้องเรียนอื่นที่มีพฤติกรรมทำร้ายนักเรียนด้วยเช่นกัน

ครูทำร้ายเด็กอนุบาล

ครูทำร้ายเด็กอนุบาล

ทำให้มีผู้ปกครองทยอยกันเข้าขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจากตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ที่อายัดมาจากโรงเรียนว่าลูกตัวเองถูกทำร้ายด้วยหรือไม่ พร้อมทั้งแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ตามที่มีข่าวเสนอออกมาก่อนหน้านี้ไปแล้วนั้น

ครูจุ๋ม ครูทำร้ายเด็กอนุบาล

ครูจุ๋ม ครูทำร้ายเด็กอนุบาล

ก่อนที่ต่อมากลายเป็นประเด็นเดือดในโลกโซเชียลอีกรอบ เมื่อ นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ได้ให้สัมภาษณ์สดผ่านวิดีโอคอลในรายการ โหนกระแส ถึงกรณีการเยียวยาเด็กและผู้ปกครอง และวิธีการแก้ปัญหาปมครูในโรงเรียนทำร้ายเด็กอนุบาลนั้น

ทำให้ชาวเน็ตต่างออกมาวิพากษณ์เดือดอีกครั้ง หลังจากคำให้สัมภาษณ์ของ นายพิบูลย์ ยงค์กมล ที่ทำเอาพิธีกรและผู้ร่วมรายการ รวมไปถึงประชาชนที่ได้รับชมรายการอยู่นั้นถึงกับงง และสร้างความตกใจในตรรกะที่ได้พูดออกมา จนทำให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อีกระลอก

โหนกระแส

ล่าสุด รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ได้สัมภาษณ์ นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการในเครือ รร.สารสาสน์ ถึงเหตุครูทำร้ายเด็กนักเรียนอนุบาล ที่ รร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ด้วยเช่นกัน

โดยตอนหนึ่ง นายพิบูลย์ ยงค์กมล กล่าวว่า “ผมให้ลูกสาวที่เป็น ดร. ไปดูก็ไม่ค่อยดู ไม่เจาะลึกลงไป และทำตัวเป็นแม่พระ เขาจะให้คนอื่นรักเขาอย่างเดียว ไม่ว่าอะไรเลย”

ส่วนประเด็นกรณีมีการเรียกร้องให้ปิดโรงเรียน นายพิบูลย์ กล่าวว่า “คนที่คิดแบบนี้ พูดเอาแต่ได้ พูดเอามัน เด็ก 3,800 คน จะไปเรียนที่ไหน” เมื่อถามว่า เขาบอกว่าจะย้าย นายพิบูลย์ กล่าวว่า “ไม่พอใจก็ย้ายไปเลย การพูดต้องประนีประนอมสิ ไม่ใช่มาเฮ้ๆ อะไรกัน อย่างนี้มันใช้ได้เหรอ เรามาพูดกันให้รู้เรื่องนะไม่ใช่ฮาป่าฮาเถื่อน เดี๋ยวมารุมผมอีกแล้วตอนนี้”

“ผมไม่กังวล เพราะผมพูดตรง ๆ เขาเรียกว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนพูดอาจจะตายได้ ความดีที่เราทำไว้ทั้งหมด มีรูนิดเดียวที่บกพร่อง เอามาตี แล้วจะล้มล้างความดีทั้งหมด มันคิดเป็นไหม อย่างกรณีที่ปิดโรงเรียนเนี่ย มันเอาหัวแม่ตีนคิดเหรอ ก็ว่าไปดิ อยากจะว่าก็ว่าไปดิ คุณต้องคิดเด็ก 3,800 คนจะไปอยู่ที่ไหน”





“ปิดผมก็ไม่กลัว ผมขายที่กำไรดีกว่าทำโรงเรียนอีก อยากจะปิดก็ปิดไป ไม่ใช่ผมไม่พอใจ เป็นสิทธิของเขาที่จะไป แต่ไปแบบอารยชนหน่อย ผมบอกผมขอโทษแล้วจะไม่ให้มีการทำแบบนี้เกิดขึ้นอีก”

ล่าสุด จากการตรวจสอบ 3 บริษัทของ นายพิบูลย์ ยงค์กมล โดยดูเฉพาะงบแสดงฐานะทางการเงิน ในหมวดที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ พบรายละเอียดดังนี้

บริษัท คุรุสาสน์ จำกัด

ปี 2560 60.4 ล้านบาท

ปี 2561 68.5 ล้านบาท

ปี 2562 68.6 ล้านบาท

งบแสดงฐานะทางการเงิน บริษัท คุรุสาสน์ จำกัด

บริษัท ดรุณาพัฒนา จำกัด

ปี 2560 328.5 ล้านบาท

ปี 2561 387.6 ล้านบาท

ปี 2562 499.4 ล้านบาท

งบแสดงฐานะทางการเงิน บริษัท ดรุณาพัฒนา จำกัด

บริษัท แสงเงินพัฒนาการ จำกัด

ปี 2560 5,259.8 ล้านบาท

ปี 2561 4,985.6 ล้านบาท

ปี 2562 5,958.8 ล้านบาท

งบแสดงฐานะทางการเงิน บริษัท แสงเงินพัฒนาการ จำกัด

เมื่อรวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบริษัทในเครือ ของนายพิบูลย์ทั้ง 3 บริษัทด้วยข้อมูลในปี 2562 จะพบว่ามีมูลค่ารวม 6,526.8 ล้านบาท (หกพันห้าร้อยยี่สิบหกล้านบาทเศษ) และคาดว่าจะมีมูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และนี่อาจเป็นที่มาของวลีที่ อ.พิบูลย์ ได้ตัดพ้อผ่านสื่อ ถึงความยากลำบากในการทำสถานศึกษา ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และถ้าจะถูกปิดไป มูลค่าที่ดินก็ยังขายได้มหาศาลอยู่ดีนั่นเอง

ที่มา: NewsTV